ฉีดน้ำหล่อลื่นผิวข้อเข่า (Hyaluronic acid knee injection)

การฉีดน้ำหล่อลื่นผิวข้อเข่า เป็นการรักษาโรคข้อเข่าเสื่อมที่มีประสิทธิภาพ โดยแพทย์จะฉีดสารไฮยาลูรอนิค (Hyaluronic acid – HA) เข้าไปในข้อเข่า ซึ่งจะช่วยให้น้ำหล่อลื่นผิวข้อเข่าเพิ่มขึ้นและรักษาอาการปวดข้อเข่า

สารไฮยาลูรอนิคเป็นสารธรรมชาติที่พบในน้ำข้อเข่า ทำหน้าที่เป็นตัวหล่อลื่นและดูดซับแรงกระแทกให้กับกระดูกอ่อนผิวข้อ ช่วยให้ข้อเข่าเคลื่อนไหวได้อย่างราบรื่นและลดการเสียดสีระหว่างกระดูกอ่อนผิวข้อ

เมื่ออายุมากขึ้นร่างกายจะผลิตสารไฮยาลูรอนิคได้น้อยลง ทำให้น้ำหล่อลื่นผิวข้อเข่าลดลงไปด้วย ส่งผลให้ข้อเข่าเกิดการอักเสบและปวดได้

โรคข้อเข่าเสื่อมเป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยของการสูญเสียน้ำหล่อลื่นผิวข้อเข่า โรคนี้เกิดจากการสึกหรอของกระดูกอ่อนผิวข้อ ทำให้ข้อเข่าเสียดสีกันมากขึ้นและเกิดอาการปวด

นอกจากโรคข้อเข่าเสื่อมแล้ว ยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่อาจทำให้น้ำหล่อลื่นผิวข้อเข่าลดลงได้ เช่น น้ำหนักตัวที่มากเกินไป การออกกำลังกายอย่างหนัก หรือการบาดเจ็บที่ข้อเข่า

การฉีดน้ำหล่อลื่นผิวข้อเข่า โดยทั่วไปมีความปลอดภัยสูง แต่จะมีอาการข้างเคียงบ้าง เช่น ปวด บวม หรือแดงบริเวณข้อเข่า ซึ่งมักเป็นอาการชั่วคราวและหายไปได้เองภายใน 1-2 วัน

ผลการรักษา การฉีดน้ำหล่อลื่นผิวข้อเข่า สามารถบรรเทาอาการปวดข้อเข่าได้ประมาณ 6-12 เดือน ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรคข้อเข่าเสื่อม ผู้ป่วยบางรายอาจต้องฉีดซ้ำทุก 6-12 เดือน

ข้อควรพิจารณา

ก่อนตัดสินใจฉีดน้ำหล่อลื่นผิวข้อเข่า ควรปรึกษาแพทย์เพื่อพิจารณาว่าเหมาะสมกับตัวคุณหรือไม่ โดยแพทย์จะประเมินความรุนแรงของโรคข้อเข่าเสื่อม และปัจจัยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

การดูแลหลังฉีด

หลังฉีดน้ำหล่อลื่นผิวข้อเข่า อาจมีอาการปวด บวม หรือแดงบริเวณข้อเข่า ซึ่งมักเป็นอาการชั่วคราวและหายไปได้เองภายใน 1-2 วัน ผู้ป่วยควรหลีกเลี่ยงการเดินหรือใช้ข้อเข่าอย่างหนักในช่วง 24 ชั่วโมงแรก

นอกจากนี้ ผู้ป่วยควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด เช่น ลดน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และหลีกเลี่ยงการบาดเจ็บที่ข้อเข่า

ถ้าหากต้องมีฉีดน้ำหล่อลื่นผิวข้อเข่า สามารถติดต่อที่คลินิกหมอฉัตร เพื่อสอบถามข้อมูลและให้แพทย์เฉพาะทางประเมินตามความสมควรได้

Ostenil

โทร 092-9970818